รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ บริษัทรับทำเว็บไซต์ รับดูแลเว็บไซต์ ดูแลเว็บไซต์ จดโดเมน เว็บโฮสติ้ง ดูแลคอมพิวเตอร์ วางระบบ network ระบบรับจองออนไลน์ ระบบสนามกอล์ฟ web design responsive web design web responsive custom website design bespoke web design booking system web maintenance ecommerce website web design thailand web management website maintenance DiTC ดีไอทีซี ธรรมนิติ

รู้ทันภัยไซเบอร์ ก่อนตกเป็นเหยื่อออนไลน์

13 Dec 2018      เขียนโดย : Admin DiTC


 

การทำธุรกิจในปัจจุบันเข้าสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ระบบการทำงานแทบทั้งหมดถูกย้ายไปอยู่บนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการช่องทางการสื่อสาร การค้าขาย รวมถึงระบบทางด้านการเงิน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่สุ่มเสี่ยงต่อภัยไซเบอร์และการถูกโจมตีเป็นอย่างยิ่ง

 

 

รู้จักภัยไซเบอร์

ภัยไซเบอร์หรือการโจมตีออนไลน์นี้เราอาจคุ้นหูในชื่อว่า “อาชญากรรมไซเบอร์” ซึ่งแบ่งเป็นได้ 4 ลักษณะ ได้แก่

1. การเจาะระบบรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ ได้แก่ ตัวอาคาร อุปกรณ์และสื่อต่าง ๆ (Physical Security)

2. การเจาะเข้าไปในระบบสื่อสารและการรักษาความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ข้อมูลต่าง ๆ (Communication Security)

3.การเจาะเข้าสู่ระบบรักษาความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการ (Operating System)

4. เป็นการเจาะผ่านระบบรักษาความปลอดภัยส่วน บุคคล โดยใช้อินเตอร์เน็ตเป็นช่องทางในการ กระทำความผิด (Confidential & Privacy Policy)

แม้ว่าทั้ง 4 ลักษณะดังกล่าวอาจจะดูเหมือนเรื่องที่ไกลตัว แต่เอาเข้าจริงแล้วภัยเหล่านี้อยู่ใกล้ตัวเรามากและผลกระทบที่ได้รับนั้นเรียกว่าเจ็บหนักมากเลยทีเดียว เพราะหากเราโดนคุกคามจากภัยไซเบอร์นอกจากจะสูญเสียข้อมูลส่วนตัวแล้ว เป้าหมายสำคัญที่บรรดาแฮคเกอร์ต้องการคือข้อมูลทางด้านการเงิน เช่น ระบบการชำระเงิน หมายเลขบัตรเครดิต เลขที่บัญชี ซึ่งพอได้ข้อมูลเหล่านี้แล้วความเสียหายจะตามมาอีกมายมายแน่นอนครับ

วิธีป้องกัน 5 ภัยไซเบอร์ใกล้ตัว

หากคุณไม่อยากเป็นหนึ่งในคนที่ตกเป็นเหยื่อของภัยไซเบอร์แล้วล่ะก็ ลองมาดู 5 ภัยไซเบอร์ใกล้ตัวและวิธีป้องกันกันดังนี้ครับ

1.Malware

โปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อล้วงข้อมูลสำคัญไปจากผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ โดยมัลแวร์มีอยู่หลายประเภทโดยที่เรารู้จักกันดีก็คือ ไวรัส, โทรจัน, สปายแวร์ ที่อาศัยช่องโหว่ของโปรแกรมเบราเซอร์ ซึ่งอันตรายของมัลแวร์นั้นมีอยู่หลายอย่างด้วยกัน อาทิ การสร้างความรำคาญ การพยายามทำลายเครื่องคอมพิวเตอร์ การกระจายมัลแวร์สู่ผู้ใช้งานรายอื่นผ่านทางอีเมล แอบส่งข้อมูลต่างๆ ผ่านทางอีเมล เป็นต้น

วิธีการป้องกัน Malware

อัพเดทคอมพิวเตอร์และซอฟแวร์ในเครื่องสม่ำเสมอ
ติดตั้งโปรแกรมป้องกันมัลแวร์ (Anti-malware) บนคอมพิวเตอร์
ระมัดระวังการใช้งานอุปกรณ์เชื่อมต่อ
ไม่คลิกข้อความที่แสดงโฆษณาหรือหน้าต่าง pop-up ปลอม (Adware)
ไม่ดาวน์โหลดโปรแกรมจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ เสี่ยงต่อการมีมัลแวร์แฝงอยู่
หลีกเลี่ยงการเปิดอีเมล รวมไปถึงไฟล์แนบที่ต้องสงสัยใดๆที่ส่งมาจากอีเมลล์ที่เราไม่รู้จัก และต้องตรวจสอบทุกครั้งก่อนดาวน์โหลดหรือเปิดไฟล์ขึ้นมา


2.การหลอกลวง แบบ Phishing

เทคนิคการหลอกลวงโดยใช้อีเมลหรือหน้าเว็บไซต์ปลอมเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน หรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือสร้างความเสียหายในด้านอื่น การหลอกลวงแบบ Phishing มักจะเป็นการปลอมอีเมล หรือปลอมหน้าเว็บไซต์ที่มีข้อความซึ่งทำให้ผู้เสียหายอ่านแล้วหลงเชื่อ เช่น ปลอมอีเมลว่าอีเมลฉบับนั้นถูกส่งออกมาจากธนาคารที่ผู้เสียหายใช้บริการอยู่ หรือมาจากคนรู้จักเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง

วิธีป้องกันการหลอกลวง แบบ Phishing

ไม่เปิดลิงก์ที่แนบมาในอีเมล
ระวังอีเมลที่ขอให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะหากเป็นอีเมลที่มาจากสถาบันการเงิน
สังเกตให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ที่ใช้งานเป็น HTTPS ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญ
ติดตั้งโปรแกรม Anti-Virus, Anti-Spam และ Firewall เนื่องจากผลพลอยได้อย่างหนึ่งของการติดตั้ง Firewall คือสามารถทำการยับยั้งไม่ให้โทรจันแอบส่งข้อมูลออกไปจากระบบได้
 

3.สแปมเมล์ (Spam Mail)

อีเมลที่ไม่พึงประสงค์ (Junk Mail) สำหรับผู้ที่ใช้บริการ โดยปริมาณเพิ่มมากขึ้นทุกวันเพราะข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตมีเพิ่มขึ้นจากทั่วโลกทุกวินาที Spam Mail ไม่ได้เป็นแค่การก่อกวนในระบบไซเบอร์เท่านั้น แต่ยังสามารถแนบไวรัสเข้ามาในอีเมลได้อีกด้วย ซึ่งเมื่อผู้ใช้เปิดเมล์ออกดูก็มักจะติดไวรัสโดยไม่รู้ตัว

วิธีป้องกัน Spam Mail

ใช้ฟรีอีเมล เช่น Hotmail, Yahoo เป็น E-mail ในการ subscribe ข่าวสาร
ไม่ทิ้งอีเมลแอดเดรส ไว้ตามเว็บบอร์ดต่าง ๆ
ไม่ส่งต่อ หรือเปิดเนื้อหาอีเมล ของบุคคลที่ไม่น่าไว้ใจ
แก้ปัญหา Spy Ware โดยการดาวน์โหลดโปรแกรม Ad Aware
ตรวจสอบเนื้อหาอีเมลกับต้นทาง เพราะถึงแม้ว่าจะมีที่มาจากคนรู้จัก แต่ก็อาจจะเป็น Spam Mail ได้
 

4.โจรกรรมบัตรเครดิต

เรื่องเงินทองเป็นเรื่องที่ต้องพึงระวังอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคแห่ง e-commerce ผู้คนหันมาใช้บัตรเครดิตบบนโลกออนไลน์กันมากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงที่จะโดนแฮคนั้นง่ายขึ้นเช่นกัน หากผู้ไม่ประสงค์ดีได้ข้อมูลบัตรเครดิตของเราไปแล้วนั้น ไม่ใช่แค่เพียงยอดเงินที่จะหายไป แต่บัตรเหล่านี้สามารถนำไปทำธุรกรรมอื่นๆ ได้อีกมากมาย

วิธีป้องกันการโจรกรรมบัตรเครดิต

ไม่ทำการพิมพ์ข้อมูลบัตรเครดิต แล้วบันทึกเป็นลงเครื่องเด็ดขาด
ไม่ใช้งานบัตรเครดิตในร้าน Internet Cafe หรือ คอมพิวเตอร์สาธารณะ
ใช้ผ่านเว็บ https เท่านั้น
ซื้อของกับเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ
 

5 .การหลอกลวงผ่านทางอินเทอร์เน็ต

ตัวอย่างที่เราพบเห็นกันบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักทักมายืมเงินผ่านเฟซบุ๊ก หลอกว่าคุณเป็นผู้โชคดีเพื่อล้วงข้อมูลส่วนตัว หรือหลอกเป็นชาวต่างชาติเพื่อขอแต่งงานกับสาวๆ พฤติกรรมเหล่านี้พบเห็นกันได้ในปัจจุบัน โดยภัยประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมาจากการแชท โดยบางครั้งเราอาจกำลังสนทนาอยู่กับคนที่ต้องการแสวงหาผลประโยชน์จากเราอยู่ก็ได้ ถ้าเราเผลอให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือนัดเจอคนที่รู้จักกันทางเน็ต เราอาจตกเป็นเหยื่อของคนเหล่านี้ได้

วิธีป้องกันการหลอกลวงผ่านทางอินเทอร์เน็ต

ไม่ส่งหลักฐานส่วนตัวของตนเองและคนในครอบครัวให้ผู้อื่น
ตั้งค่าการล็อกอินแบบ 2 ขั้นตอนป้องกันบุคคลอื่นเข้าใช้งานบัญชีอีเมล / โซเชียลมีเดีย
ไม่ออกไปพบเพื่อนที่รู้จักทางอินเตอร์เน็ต เพื่อป้องกันการลักพาตัว
ระลึกอยู่เสมอว่า บุคคลที่เรารู้จักทางเว็บอาจจะเป็นบุคคลที่ไม่พึงประสงค์
ระวังตัวทุกครั้งที่มีการลงทะเบียนสมัครสมาชิกกับเว็บต่างๆ


ทั้งหมดนี้ดูเป็นเรื่องที่ไม่ไกลตัว และมีตัวอย่างให้เห็นกันจำนวนมากเลยนะครับในปัจจุบัน หากเรายังไม่รู้เท่าทันภัยไซเบอร์เหล่านี้ล่ะก็อาจจะตกเป็นเหยื่อรายต่อไปก็ได้ อย่าลืมใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีสติเพื่อป้องกันตัวเอง และหาวิธีป้องกันภัยหลายๆ แบบเพื่อป้องกันอีกชั้นหนึ่งด้วยนะครับ

เรื่อง : กองบรรณาธิการ dharmniti.co.th 

หมวดหมู่