รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ บริษัทรับทำเว็บไซต์ รับดูแลเว็บไซต์ ดูแลเว็บไซต์ จดโดเมน เว็บโฮสติ้ง ดูแลคอมพิวเตอร์ วางระบบ network ระบบรับจองออนไลน์ ระบบสนามกอล์ฟ web design responsive web design web responsive custom website design bespoke web design booking system web maintenance ecommerce website web design thailand web management website maintenance DiTC ดีไอทีซี ธรรมนิติ

เช็กเลย ! ปัญหายอดฮิตที่มักเกิดกับคอมพิวเตอร์ ในบริษัท

05 Mar 2021      เขียนโดย : Admin DiTC


คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ทั้งประโยชน์ในการทำงานหรือเพื่อความเพลิดเพลินต่างๆ เมื่อวันหนึ่งเกิดปัญหาย่อมส่งผลกระทบต่องานหรือธุรกิจที่ดำเนินอยู่

 

 

องค์กรหรือสำนักงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ทำงานเป็นหลักในทุกๆ วัน มักจะเจอปัญหาจากเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่บ่อยครั้ง บางครั้งก็ไม่ทราบสาเหตุ อยู่ ๆ ก็ใช้งานไม่ได้ ส่งผลให้การทำงานล่าช้าไปอีก จึงเป็นปัญหาที่ต้องหาทางแก้ไขโดยเร็ว

ปัญหาที่มักเกิดกับคอมพิวเตอร์มีอยู่หลายอย่าง บางปัญหาเราสามารถแก้ไขได้เอง หรือบางปัญหาต้องให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลือ DiTC ก็ได้รวบรวมปัญหายอดฮิตที่มักเกิดกับคอมพิวเตอร์ในองค์กร พร้อมวิธีแก้ไขไว้ดังนี้

1. เครื่องคอมพิวเตอร์มีเสียงร้อง

เมื่อคอมพิวเตอร์มีเสียงร้องผิดปกติสาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากเมนบอร์ดมีปัญหาเป็นหลัก แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้อีก เวลาที่คอมพิวเตอร์มีเสียงร้อง หรือเสียงติ๊ด ๆ นั้นสามารถบ่งบอกสาเหตุของความผิดปกตินี้ได้ ซึ่งแต่ละแบบแบ่งได้ตามลักษณะของเสียง ดังต่อไปนี้
• เสียง Beep สั้น 1 ครั้ง = เครื่องทำงานปกติ
• เสียง Beep สั้นๆ 2-3 ครั้ง = เครื่องผิดปกติ Ram หรือเมนบอร์ด อาจมีปัญหา Post ไม่ผ่าน
• เสียง Beep สั้น ๆ ติดกันหลายครั้ง = แหล่งจ่ายไฟหรือเมนบอร์ดทำงานผิดปกติ
• เสียง Beep ยาว ๆ 1 ครั้ง ,สั้น ๆ 2 ครั้ง = ปัญหาอาจเกิดจากการ์ดจอเสียบไม่แน่นหรือชำรุดเสียหาย
• เสียง Beep ดังยาว ๆ ต่อเนื่องหลายครั้ง = Ram เสียบไม่แน่น หน่วยความจำมีปัญหา หรือหน้าสัมผัสสกปรก
• ไม่มีเสียง อาจเกิดจากแหล่งจ่ายไฟหรือเมนบอร์ดมีปัญหา

วิธีแก้ไข: ขั้นแรกเราต้องวิเคราะห์หาสาเหตุก่อนว่าอะไรทำให้คอมพิวเตอร์มีเสียงร้อง เกิดขึ้นตรงไหน? อาจลองแก้ไขเบื้องต้นก่อน เช่น Restart เครื่องใหม่ หรือถ้าเราวิเคราะห์ได้จากเสียง Beep code ว่าปัญหาเกิดจาก Ram หรือเมนบอร์ด ก็อาจลองเช็กดูว่าเสียบสนิทหรือไม่ หากพบว่า Ram เสียบไม่สนิท ลองขยับให้เข้าที่ หรือถอดออกมาทำความสะอาดก่อน ถ้าปัญหาที่เกิดเพราะการ์ดจอก็สามารถแก้ไขด้วยวิธีเช่นเดียวกัน

2. อุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ทำงาน

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์มีปัญหาทำงานผิดปกติหรือไม่ทำงาน อาจมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ คีย์บอร์ด เม้าส์ ลำโพง เสียงหาย ก่อนอื่นเราจำเป็นต้องหาสาเหตุในส่วนเฉพาะ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบแบตเตอรี่หรือร่องรอยการชำรุดเสียหายตรงไหนมั้ย ถ้าไม่พบก็เป็นไปได้ว่าสาเหตุจะมาจากไดร์เวอร์ของอุปกรณ์นั้นๆ ไม่ได้ อัปเดตทำให้ทำงานได้ไม่สมบูรณ์

วิธีแก้ไข: ทำการตรวจสอบรุ่นของอุปกรณ์ที่ใช้งานก่อน และให้ดาวน์โหลดไดร์เวอร์มาอัปเดต เพราะตัวเก่าอาจเป็นเวอร์ชั่นที่ล้าสมัยหรือทำงานผิดปกติ หากสาเหตุเกิดมาจากตัวไดรเวอร์ หลังจากอัปเดตเวอร์ชั่นใหม่แล้วและทำการ Restart เครื่องคอมพิวเตอร์ ก็จะทำให้อุปกรณ์กลับมาใช้งานได้ปกติ

3. ไม่สามารถเข้า Windows ได้

การเข้าใช้ระบบ Windows ไม่ได้ เป็นอีกปัญหาที่พบได้ค่อนข้างบ่อย ทางแก้ไขเบื้องต้นจึงควรหาสาเหตุให้พบว่าอะไรที่ทำให้ระบบ Windows ใช้งานไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการโดนไวรัส อุปกรณ์ภายในชำรุด มีน้ำเข้าหรือไฟฟ้าลัดวงจร หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ไม่ได้มีการอัปเดตและไม่ได้ใช้งานมาเป็นเวลานาน ขาดการบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์หรือไม่ เราก็จะสามารถหาทางแก้ไขได้ตรงจุด

วิธีแก้ไข: ถ้าเกิดปัญหาเข้าใช้งาน Windows ไม่ได้ การแก้ไขเบื้องต้นขั้นแรกให้เข้าไปที่ Safe Mode และทำการถอนการติดตั้งโปรแกรมที่อาจนำไวรัสเข้ามาในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือดึงเอาข้อมูลไปเก็บในที่ปลอดภัยก่อน จากนั้นลง Windows ใหม่ก็ได้

 

 

4. ปัญหาต้องตั้งเวลาใหม่

ปกติเมื่อเปิดใช้งานคอมพิวเตอร์ทุกครั้ง เวลาในเครื่องของเราก็จะมีการอัปเดตแบบเรียลไทม์อยู่แล้ว กรณีที่เราเปิดเครื่องแล้วเวลาได้ถูกรีเซ็ตเป็น 00.00 อาจเป็นไปได้ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่สาเหตุมาจากตัวแบตเตอรี่ในเมนบอร์ดอาจหมดอายุ เนื่องจากมีการใช้งานมานาน หรือเครื่องคอมพิวเตอร์เก่าแล้วและไม่ได้บำรุงรักษาก็เป็นสาเหตุของปัญหาเหล่านี้

วิธีแก้ไข: ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ง่ายๆ เพราะถ้าแบตเตอรี่ในเมนบอร์ดหมดอายุเราก็แค่เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่อาจจะนำไปให้ร้านเปลี่ยนให้หรือไปซื้อแบตเตอรี่มาทำการเปลี่ยนเองก็ได้

5. แอปพลิเคชันหรือโปรแกรมในเครื่องค้างทำงานไม่ได้

เชื่อว่าหลายคนได้พบเจอปัญหานี้อยู่บ่อยๆ มันอาจเกิดได้หลากหลายสาเหตุไม่ว่าจะจากการใช้งานหน่วยความจำหนักไปหรือมีไวรัสเข้ามาในเครื่อง ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้งานที่กำลังทำอยู่หายหรือถูกลบไปทันที โดยบางทีเราอาจจะยังไม่ได้เซฟงานเอาไว้
ดังนั้นปัญหาโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันในเครื่องที่ชอบค้างอยู่บ่อยๆ เราจำเป็นต้องแก้ไขและหาวิธีไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเครื่องคอมพิวเตอร์

วิธีแก้ไข: สามารถแก้ไขเบื้องต้นได้ง่ายๆ ด้วยการกด Ctrl + Alt + Del จากนั้นให้เลือกโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันที่ค้างหรือขึ้นคำว่า Not Responding และคลิก End Task เพื่อทำการปิดใช้งานโปรแกรมนั้นโดยเฉพาะ หลังจากนั้นให้เปิดโปรแกรมขึ้นมาใหม่ หากมี Auto Save อยู่แล้วก็จะมีข้อมูลหลงเหลืออยู่และสามารถทำงานต่อได้เลย

6. เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ติด

เมื่อคอมพิวเตอร์เปิดไม่ติดหรือไม่สามารถเปิดเครื่องได้เลย อาจเกิดขึ้นจากไวรัสภายในตัวเครื่อง เมนบอร์ดหรือซีพียูทำงานผิดปกติ ไฟฟ้าลัดวงจร หรือมีการต่ออุปกรณ์สายไฟที่ไม่ถูกวิธี การแก้ไขปัญหาทำได้ง่ายๆ คือการให้ความสำคัญทั้งการเก็บหรือถอดอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบ และประกอบให้เหมือนเดิม

วิธีแก้ไข้ : ขั้นแรกควรเริ่มจากการตรวจเช็กปลั๊กต่างๆ ว่ามีร่องรอยการชำรุดหรือเปล่า รวมไปถึงการเสียบปลั๊กต่างๆ ว่าถูกตำแหน่งมั้ย หรือลองถอดชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ มาทำความสะอาด เช่น การ์ดจอ RAM หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ แล้วประกอบกลับเข้าไปใหม่ หากมีการแก้ไขปัญหานั้นแล้วยังไม่มีอะไรดีขึ้น ควรนำไปให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้ช่วยตรวจเช็กเครื่อง

 

การซ่อมคอมพิวเตอร์หรือแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเองได้นั้นสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาได้ เนื่องจากปัญหาที่เกิดกับคอมมีอยู่หลายปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อยู่บ่อยๆ วิธีแก้ปัญหาง่ายที่สุด อาจทำการรีเซ็ตหรือการทำความสะอาดอุปกรณ์ต่างๆ ดูก่อนไม่จำเป็นต้องไปให้ช่างดูตลอดก็เป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ไปได้อีกด้วย

 

 

หมวดหมู่